การสอบสวนอาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค

นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นางสาวกนกทิพย์ ทิพย์รัตน์
แนวทางการสอบสวนอาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
การสอบสวนอาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ดำเนินการดังนี้ โดยใช้แบบสอบสวนอาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เป็นเครื่องมือช่วยในการรวบรวมข้อมูล หากมีข้อมูลอื่นๆที่ไม่มีในแบบสอบสวนให้บันทึกเพิ่มเติมได้
1. รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยและวัคซีนหรือเซรุ่ม
1.1 ข้อมูลผู้ป่วย ได้จากการสอบถามผู้ป่วย บิดามารดาหรือผู้ปกครอง การไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วย หรือค้นจากแฟ้มประวัติการรักษาผู้ป่วย แฟ้มประวัติฝากครรภ์และการคลอดของมารดา และแฟ้มตรวจสุขภาพเด็ก
  • ข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย เช่น
    • ชื่อ สกุล อายุ เพศ ที่อยู่ : เพื่อติดตามผู้ป่วย
    • กรณีผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 15 ปี ให้ถามชื่อ: เพื่อติดตามผู้ป่วยโดยสอบถามจากผู้ปกครอง
    • ชีวิตประจำวันที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการป่วยในครั้งนี้ เช่น การรับประทานอาหาร/ นม/น้ำ การนอน (ในกรณีเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีและเสียชีวิต) การเล่น เป็นต้น : เพื่อได้ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการป่วยในครั้งนี้
    • ลักษณะบ้านและสิ่งแวดล้อม เช่น การถ่ายเทอากาศ การเก็บรักษายาหรือสารเคมีภายในบ้าน เป็นต้น : เพื่อได้ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการป่วยในครั้งนี้
  • การเจ็บป่วยในปัจจุบัน เช่น
    • วันและเวลาเริ่มป่วย วันรับรักษา : เพื่อทราบช่วงระยะเวลาที่เกิดอาการหลังจากได้รับวัคซีน/เซรุ่ม
    • อาการและอาการแสดง ให้สอบถามอาการของผู้ป่วยอย่างละเอียด ลำดับการเกิดอาการก่อนหลังตามระยะเวลาที่เกิด : เพื่อการวินิจฉัย และเพื่อประกอบการพิจารณาหาสาเหตุ
    • อาการผิดปกติก่อนได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในครั้งนี้ (ในขณะที่มารับวัคซีน/เซรุ่ม ก็ยังมีอาการอยู่): เพื่อการพิจารณาสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญ
    • การวินิจฉัย และการรักษาการเจ็บป่วยในครั้งนี้ : เพื่อยืนยันอาการที่เกิดขึ้นหลังได้รับวัคซีน/เซรุ่ม
  • ประวัติการเจ็บป่วยเนื่องจากการได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ อาการ วัคซีนหรือเซรุ่มที่ได้รับ สถานที่ที่รับวัคซีนหรือเซรุ่ม ระยะเวลาที่เกิดอาการ : เพื่อเป็นข้อมูลเสริมว่าเคยมีอาการผิดปกติหลังได้รับวัคซีน/เซรุ่มชนิดใดมาก่อนบ้าง
  • ประวัติการแพ้ เช่น แพ้ยาปฏิชีวนะ แพ้โปรตีนจากไข่ การแพ้อื่นๆ : เพื่อเป็นข้อมูลเสริมว่าอาจจะมีอาการผิดปกติหลังได้รับวัคซีน/เซรุ่มได้ ถ้าหากมีโปรตีนจากไข่หรือมียาปฏิชีวนะชนิดที่ผู้ป่วยแพ้เป็นส่วนประกอบในการผลิตวัคซีน/เซรุ่มที่ได้รับครั้งนี้
  • ประวัติการเจ็บป่วยประจำตัวของผู้ป่วยและของบุคคลในครอบครัวของผู้ป่วย เช่น
    • โรคประจำตัวอื่นๆของผู้ป่วย/บุคคลในครอบครัวของผู้ป่วย หรือประวัติการชักของผู้ป่วย/ บุคคลในครอบครัวของผู้ป่วย : เพื่อการพิจารณาสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญ
  • ประวัติฝากครรภ์และการคลอดของมารดา และการเจริญเติบโตของเด็ก (ผู้ป่วย): เพื่อการพิจารณาสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญ
1.2 ข้อมูลวัคซีนหรือเซรุ่มที่ได้รับ ได้จากการตรวจสอบสมุดบันทึกการตรวจสุขภาพของเด็ก ทะเบียนการให้บริการการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และทะเบียนการเบิกจ่ายวัคซีน/เซรุ่มของ สถานบริการสาธารณสุข: เพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพวัคซีนหรือเซรุ่มที่สงสัยนี้กับข้อมูลที่กองชีววัตถุและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารวบรวมไว้ และเพื่อติดตามอาการป่วยในผู้ที่ได้รับวัคซีนหรือเซรุ่มที่สงสัยนี้ในรายอื่นๆ
  • ข้อมูลวัคซีนหรือเซรุ่มที่ได้รับในครั้งนี้ เช่น
    • ชนิดของวัคซีนหรือเซรุ่ม
    • บริษัทที่ผลิต ผู้จำหน่าย lot number และวันหมดอายุ ของวัคซีนหรือเซรุ่ม
    • วัคซีนหรือเซรุ่มที่สงสัยนี้ได้กระจายไปที่สถานบริการสาธารณสุขใดบ้าง
    • วัคซีนหรือเซรุ่มที่สงสัยนี้ได้เริ่มนำมาให้บริการตั้งแต่เมื่อไร
  • ข้อมูลวัคซีนหรือเซรุ่มที่ได้รับในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา เช่น
    • ชนิดของวัคซีนหรือเซรุ่ม
    • บริษัทที่ผลิต ผู้จำหน่าย lot number และวันหมดอายุ ของวัคซีนหรือเซรุ่ม
1.3 ข้อมูลการบริหารจัดการการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ได้จากการสังเกต ซักถาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ให้บริการการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และจากการตรวจสอบเครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบการให้บริการการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของสถานบริการสาธารณสุขนั้น: เพื่อทราบรายละเอียดของการให้วัคซีน/ เซรุ่มแก่ผู้ป่วยรายนี้ และระบบการบริหารจัดการวัคซีนหรือเซรุ่มของสถานบริการสาธารณสุขนี้
  • สถานบริการสาธารณสุขที่ไปรับบริการ/ผู้ให้บริการ
  • ครั้งที่และขนาดที่ได้รับวัคซีน/เซรุ่ม ตำแหน่งที่ฉีด วิธีฉีด ชนิดของเข็มและกระบอกฉีด
  • วันและเวลาที่ได้รับวัคซีนหรือเซรุ่ม
  • กระบวนการและขั้นตอนการให้บริการการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ในสถานบริการ สาธารณสุขนั้น
  • ระบบลูกโซ่ความเย็น เช่น การเก็บและการขนส่งวัคซีน/ เซรุ่ม /ตัวทำละลายวัคซีน
  • การให้วัคซีนหรือเซรุ่ม ตามวิธีการบริหารจัดการวัคซีนหรือเซรุ่มแต่ละชนิด เช่น
    • การให้วัคซีนหรือเซรุ่มตามขนาด ตำแหน่ง และวิธีการ
    • การใช้ตัวทำละลาย การผสมตัวทำละลายกับวัคซีน
    • การใช้วัคซีนที่ผสมตัวทำละลายแล้ว ในกรณีที่มีหลายโด๊สในขวดเดียว
    • การทำให้ปราศจากเชื้อของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารวัคซีนหรือเซรุ่ม
1.4 ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการสิ่งส่งตรวจของผู้ป่วย และวัคซีนหรือเซรุ่ม : เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและสาหตุ
  • ชนิดของสิ่งส่งตรวจของผู้ป่วย สถานที่ตรวจ และผลการตรวจ
  • ชนิดของวัคซีนหรือเซรุ่ม สถานที่ตรวจ และผลการตรวจ
  • ในกรณีเสียชีวิต สถานที่ผ่าชันสูตรศพ และผลการผ่าชันสูตรศพ
2. ค้นหาขอบเขตการกระจายของการเกิดอาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
ได้จากการเฝ้าระวัง ติดตาม เยี่ยมเยียน สอบถามผู้ที่ได้รับวัคซีน/เซรุ่มชนิดและ lot number เดียวกับผู้ป่วย และจากการทบทวนข้อมูลการเจ็บป่วยของผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน/เซรุ่มชนิดและ lot number เดียวกับผู้ป่วยในพื้นที่นั้นๆ ข้อมูลที่ควรรวบรวมและทบทวน มีดังนี้
2.1 กรณีผู้ที่รับวัคซีนหรือเซรุ่มชนิดและ lot number เดียวกับผู้ป่วย ดูรายละเอียดในบทที่ 6
  • เฝ้าระวังและติดตามผู้ที่ได้รับวัคซีนหรือเซรุ่ม ขวดเดียวกันกับผู้ป่วย เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ว่ามีอาการป่วยเหมือนกับผู้ป่วย หรือมีอาการอื่นๆ หรือไม่ เป็นจำนวนเท่าไร และผู้ที่ไม่มีอาการป่วย เป็นจำนวนเท่าไร
  • เฝ้าระวังและติดตามผู้ที่ได้รับวัคซีนหรือเซรุ่ม ชนิดเดียวกันต่างขวดแต่ lot number เดียวกันกับผู้ป่วย ที่มารับบริการการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคจากสถานบริการสาธารณสุขเดียวกันกับผู้ป่วย และจากสถานบริการสาธารณสุขอื่นๆ เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ว่ามีอาการป่วยเหมือนกับผู้ป่วย หรือมีอาการอื่นๆหรือไม่ เป็นจำนวนเท่าไร และผู้ที่ไม่มีอาการป่วย เป็นจำนวนเท่าไร
2.2 กรณีผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือเซรุ่มชนิดเดียวกันและ lot number เดียวกันกับผู้ป่วย
  • ทบทวนข้อมูลการเจ็บป่วยของผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือเซรุ่มชนิดเดียวกันและlot number เดียวกันกับผู้ป่วย และเป็นผู้ที่มีกลุ่มอายุใกล้เคียงกับผู้ป่วย หรือผู้ที่มีอายุอยู่ในเกณฑ์ที่รับวัคซีนหรือเซรุ่มชนิดเดียวกันกับผู้ป่วย และอยู่ในหมู่บ้านหรือตำบลเดียวกันกับผู้ป่วย ว่ามีอาการป่วยเหมือนกับผู้ป่วยหรือมีอาการอื่นๆ หรือไม่ เป็นจำนวนเท่าไร
3. การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ
การสอบสวนเพื่อพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริง ต้องเก็บสิ่งส่งตรวจจากผู้ป่วยเพื่อตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ และเก็บวัคซีน/เซรุ่มส่งตรวจสอบคุณภาพ เป็นแต่ละกรณีไป
  1. กรณีผู้ป่วยรายเดียว และกรณีผู้ป่วยเป็นกลุ่ม (cluster) ให้พิจารณาเก็บสิ่งส่งตรวจจากผู้ป่วยและเก็บวัคซีน/เซรุ่ม/ส่งตรวจ ตามแนวทางใน ตารางที่ 4 และ 5
  2. กรณีเสียชีวิต ให้มีการผ่าชันสูตรศพ และเก็บวัคซีน/เซรุ่มส่งตรวจสอบคุณภาพ
  3. สิ่งส่งตรวจจากผู้ป่วย ส่งตรวจได้ที่ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
  4. ตัวอย่างวัคซีน/เซรุ่ม/ตัวทำละลายวัคซีนหรือเซรุ่ม ส่งตรวจได้ที่ กองชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
หน้าที่แล้ว
วัตถุประสงค์การสอบสวน..
สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
กระทรวงสาธารณสุข
หน้าต่อไป
การวิเคราะห์...