แมงกะพรุน (Jellyfish) อยู่ใน Phylum CNIDARIA หรือ Coelenterata แบ่งได้เป็น 4 class คือ
  1. Hydrozoa เช่น Portuguese man-of-war
  2. Scyphozoa เช่น true jellyfish เป็นแมงกะพรุนชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด
  3. Cubozoa เช่น box jellyfish เป็นชนิดที่มีพิษร้ายแรงที่สุด
  4. Anthozoa เช่น sea anemones และ corals
แมงกะพรุนที่มีรายงานว่าทำให้เสียชีวิตค่อนข้างบ่อย คือ Box jellyfish และ Portuguese man-of-war แต่อย่างไรก็ตาม Box jellyfish จะถูกอ้างถึงบ่อยครั้งกว่าในแง่สาเหตุของการเสียชีวิต เนื่องจากมีพิษที่ร้ายแรง และเป็นแมงกะพรุนขนาดเล็ก ลักษณะใส ทำให้สังเกตได้ยาก Box jellyfish เป็นสัตว์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสัตว์ทะเลที่มีพิษร้ายแรงที่สุดที่เคยรู้จักกันมา มีลักษณะรูปร่างคล้ายระฆังหรือกล่องสี่เหลี่ยม มีขนาดแตกต่างกัน โดยที่ขนาดของแต่ละด้านสามารถกว้างได้ถึง 20 เซนติเมตร แต่ละมุมของรูปสี่เหลี่ยมจะมีลักษณะคล้ายขายื่นออกมาแล้วแยกเป็นสายหนวด โดยที่แต่ละขาอาจมีหนวดถึง 15 เส้น และหนวดแต่ละเส้นยาวได้ถึง 3 เมตร ลักษณะโดยทั่วไปจะมีสีน้ำเงินจางๆ หรือไม่มีสี และมีลักษณะใส จึงสังเกตเห็นได้ยากแม้แต่ในน้ำทะเลที่ค่อนข้างจะใสมาก

Carukia, Class Cubozoa

Carybdea, Class Cubozoa

Portuguese man-o-war, Class Hydrozoa
พิษของแมงกะพรุน
พิษของแมงกะพรุน บรรจุอยู่ใน Capsule ที่เรียกว่า Nematocyst ซึ่งกระจายอยู่ทั่วไปในทุกส่วนของแมงกะพรุน โดยเฉพาะส่วน Tentacle แมงกะพรุนใช้พิษดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องกันตัวจากการถูกสัตว์อื่นล่า แต่ในขณะเดียวกัน ก็ใช้สำหรับการล่าสัตว์อื่นเพื่อมาเป็นอาหารเช่นกัน
เข็มพิษจะพุ่งออกจาก Capsule ด้วยความเร็วสูง ในเวลาเพียง 3 มิลลิวินาที ความเร็วดังกล่าวสามารถที่แทงผ่านได้แม้กระทั่งกระดองของปู พิษของแมงกะพรุนเป็นลักษณะ Complex mixture of antigenic polypeptides and enzymes of high molecular weights ซึ่งมีลักษณะ Labile มีคุณสมบัติเป็นพิษต่อมนุษย์ ทั้งพิษเฉพาะที่และพิษทั่วร่างกาย (Systemically) มีพิษต่อกล้ามเนื้อหัวใจ การไหลเวียนของเลือดในปอด Dermatonecrotic and hemolytic effects มีพิษต่อระบบประสาท และอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ปัจจุบันมี Antivenom ต่อแมงกะพรุน ชนิด Box jellyfish
การทำงานของเข็มพิษ จะถูกกระตุ้นโดย Mechanical, Chemical and osmotic stimuli เข็มพิษจำนวนมากไม่น้อยกว่าล้านอัน ในแต่ละอันจะนำพิษจำนวนน้อยเข้าสู่กระแสเลือด ลักษณะของ Nematocyst จะแตกต่างกันไปในแต่ชนิดของแมงกะพรุน ซึ่งสามารถใช้จำแนกชนิดของแมงกะพรุนได้โดยใช้ Sticky tape method.

การรักษาพยาบาลสำหรับผู้ที่สัมผัสถูกแมงกะพรุน

การให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สัมผัสถูกแมงกะพรุน
พยายามล้างบริเวณที่สัมผัสถูกแมงกะพรุนด้วยน้ำส้มสายชู เพื่อป้องกันการปล่อยพิษจากถุงพิษที่ยังไม่ออกฤทธิ์ ดังนั้นการราดด้วยน้ำส้มสายชูจึงไม่ได้ลดอาการปวด แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ได้รับพิษเพิ่มขึ้น ไม่ควรถูบริเวณที่สัมผัสแมงกะพรุนด้วยทราย หรือวัสดุอื่น หยิบหนวดที่ติดตามตัวผู้ป่วยออก ภายหลังจากราดด้วยน้ำส้มแล้ว โดยใช้ไม้คีบหรือเครื่องมืออื่นๆ
หากสัมผัสถูกบริเวณตา ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 15 นาที และหากมีอาการปวดตา ตาสู้แสงไม่ได้ หรือมองเห็นภาพไม่ชัด ควรพบแพทย์
หากผู้ป่วยมีอาการหายใจสั้น ไม่มีแรง มีอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ใจสั่น หรืออาการผิดปกติใดๆ ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
สำหรับการบรรเทาอาการเจ็บปวด ทำได้โดยใช้น้ำแข็งประคบ หรือถ้าหากมีอาการปวดมากอาจต้องนำส่งโรงพยาบาล

การรักษาในโรงพยาบาล
การรักษาตามอาการ
  • การให้ยาระงับปวด เช่น Morphine หรือ Pethidine
  • การรักษาภาวะ Anaphylaxis เช่น การให้ Steroid โดยอาจให้ Hydrocortisone 100 mg เข้าหลอดเลือดดำ ทุก 2 ชั่วโมง และการให้ Vasopressor เช่น Adrenaline หรือ Dopamine
  • การรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิด เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจ ใช้เครื่องหายใจ และยาขยายหลอดลม ทั้งนี้ต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฤทธ์ของการกดการหายใจอันเนื่องมาจากพิษของแมงกะพรุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้หลายระดับ
  • กรณีที่มี Muscle spasm อาจจะตอบสนองกับ 10% Calcium gluconate 5-10 ml เข้าหลอดเลือดดำ หรือ Diazepam 2-5 mg เข้าหลอดเลือดดำ
การรักษาเฉพาะ
ได้แก่การให้ Antivenom ในประเทศออสเตรเลียมี Antivenom สำหรับ Chironex Fleckeri แต่สำหรับในประเทศไทย ยังไม่มี Antivenom ดังกล่าว