Ciguatera (ซิกัวเทอรา) Bureau of Epidemiology, DDC, MPH  
นส.เพียงพิมพ์

Ciguatera เป็นชื่อที่ใช้เรียกภาวะพิษหรืออาการของโรคที่เกิดจากการบริโภคปลาทะเลที่มีพิษ ซึ่งมักจะเป็นปลาที่อาศัยในแนวปะการัง
คำว่า Cigua เป็นคำที่ได้มาจากชื่อของหอยฝาเดียว Turbo (Livona) pica ซึ่งเป็นหอยชนิดหนึ่งในกลุ่มหอยตาวัว ในทะเลคาริบเบียน ถูกใช้เรียกใช้ครั้งแรกโดยชาวสเปนในคิวบา โดยผู้ที่บริโภคหอยชนิดนี้เกิดมีอาการผิดปรกติทางระบบประสาทและระบบทางเดินอาหาร (neurological and gastroinestinal disorders) ซึ่งต่อมาได้ถูกนำมาใช้เรียกโรคที่ผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวอันเกิดจากการบริโภคปลาที่มีพิษด้วย
ภาวะพิษ Ciguatera เกิดจากการรับประทานปลาทะเลที่กินสาหร่ายไดโนแฟลกเจลเลต (dinoflagellate) ชื่อ Gambierdiscus toxicus ซึ่งสร้างสารพิษ Ciguatoxin โดยสาหร่ายพวกนี้จะอาศัยอยู่บนซากปะการังและบนสาหร่ายทะเลขนาดใหญ่ ปลาที่มีพิษจึงมักจะเป็นปลาที่กินพืช เมื่อปลากินสาหร่ายก็จะกินไดโนแฟลกเจลเลตเข้าไปด้วย ปลาที่ทำให้เกิดโรค Ciguatera มักเป็นปลาที่อยู่ในบริเวณแนวปะการังในเขตร้อนทั่วไป โดยเฉพาะในทะเลคาริบเบียน ทะเลเขตร้อนและเขตอบอุ่นของมหาสมุทรแปซิฟิก ปลาทะเลเหล่านี้จะไม่ได้รับอันตรายจากพิษแต่จะสะสมพิษอยู่ในเนื้อและอวัยวะภายใน และถ่ายทอดผ่านทางห่วงโซ่อาหารมาถึงคนที่เป็นผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ซึ่งถ้าได้รับพิษในปริมาณน้อยมักจะไม่แสดงอาการมากนัก แต่จะมีอาการรุนแรงถ้าได้รับสารพิษในปริมาณมาก
สารพิษในกลุ่ม ciguatoxin เป็นสารพิษซึ่งทนความร้อน ทนกรด ละลายได้ดีในไขมัน ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส เป็นพิษต่อระบบทางเดินอาหารและระบบประสาท ออกฤทธิ์ขัดขวางการทำงานของ Cholinesterase ของเม็ดเลือดแดง และเพิ่มอัตราการซึมของโซเดียมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ในเนื้อเยื่อต่างๆ ผู้ป่วยจะเกิดอาการพิษภายหลังจากรับประทานปลาทะเล เนื่องจากเป็นสารพิษซึ่งทนความร้อนได้ดีการทำให้สุกจึงไม่สามารถทำลายพิษได้

อาการของพิษ Ciguatera

อาการจะแสดงออกเร็วหรือช้า มากหรือน้อยขึ้นกับปริมาณสารพิษที่ได้รับและความต้านทานของผู้ป่วยเอง ส่วนมากเกิดขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากบริโภคปลาที่มีพิษ อาการที่ปรากฏอาจจะมีทั้งอาการทางระบบประสาทและอาการทางระบบทางเดินอาหาร หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง
อาการที่เกิดจากระบบทางเดินอาหารเป็นอาการในระยะแรกเมื่อผู้ป่วยรับประทานปลาที่มีพิษเข้าไป โดยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง และปวดท้อง จากนั้นจะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อปวดศีรษะ เจ็บปวดตามตัว ชาตามมือ เท้า บริเวณริมฝีปาก รอบปาก ลิ้น และคอ การมองเห็นผิดปกติ หน้ามืด วิงเวียน อาการสำคัญที่พบคือ การรับความรู้สึกต่ออุณหภูมิผิดปกติ เมื่อถูกของร้อนกลับรู้สึกว่าเย็น นอกจากนี้ยังมีอาการหัวใจเต้นผิดปรกติ จนกระทั่งถึงชัก ผู้ป่วยอาจจะถึงแก่กรรมจากกล้ามเนื้อหายใจเป็นอัมพาตได้ อาการเหล่านี้อาจเป็นได้อยู่หลายวันจนถึงสัปดาห์ และจะหายไปเองในช่วงเวลาหนึ่ง
แพทย์สามารถให้การวินิจฉัยภาวะพิษจาก Ciguatera ได้จากอาการที่เกิดขึ้นร่วมกับประวัติการรับประทานปลา การตรวจยืนยันพิษสามารถทำได้ด้วย การทดสอบหาปริมาณสารพิษด้วยวิธี Mouse Bioassay และ วิธี Enzyme Immunoassay (EIA) ซึ่งในปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยโดยสถาบัน AOAC (the Association of Official Analytical Chemists)

ภาวะพิษ Ciguatera

ปรากฏการณ์การเกิดพิษที่ทำให้เกิดโรค Ciguatera นี้ มักจะพบมากในหมู่เกาะทะเลใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก อาจมีรายงานว่าปลาชนิดหนึ่งเป็นพิษในบริเวณหนึ่ง แต่อาจจะไม่เป็นพิษในบริเวณใกล้เคียงกัน หรือแม้แต่ในบริเวณเดียวกัน ความรุนแรงของพิษก็ไม่เท่ากัน ปลาทะเลหลายชนิดโดยเฉพาะปลาที่กินสัตว์อาจเป็นพาหะของสารพิษนี้ ได้แก่ ปลาพวกปลาเก๋า ปลาน้ำดอกไม้ ปลาสาก ปลาขี้ตังเป็ด ปลากะรัง ปลากะพงแดง ปลานกแก้ว ปลาไหลทะเล ปลาหมอทะเล เป็นต้น
สภาวะการเป็นพิษมีลักษณะที่น่าสนใจคือ ในระยะแรกจะมีปลาที่เป็นพิษเพียงไม่กี่ชนิด ต่อจากนั้นในระยะต่อมา ปลาเกือบทุกชนิดในบริเวณนั้นจะเป็นพิษ และในระยะสุดท้ายจะมีปลาเพียงไม่กี่ชนิดที่เป็นพิษ ซึ่งปลาที่เป็นพิษในระยะสุดท้ายนี้จะเป็นปลาที่กินเนื้อ (Carnivorous fish) ที่มีขนาดใหญ่
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกซึ่งในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ส่งผลให้ระบบความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม (Ecosystem) เปลี่ยนแปลง ทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิเช่น อุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณฝน ปริมาณก๊าซออกซิเจน ฯลฯ อีกทั้งปัญหามลพิษต่างๆ เช่น น้ำมันจากเรืออับปาง การทดลองระเบิดปรมาณู ของเสียพวกโลหะหนัก เป็นต้น ล้วนมีผลให้ระบบห่วงโซ่อาหาร (Food chain) เปลี่ยนแปลงได้ทั้งสิ้น
ในประเทศไทยยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับการเกิดพิษในกลุ่มอาการของโรค Ciguatera พบเพียงการบอกเล่าว่าการบริโภคปลาทะเลบางชนิดทำให้มีอาการผิดปรกติเกิดขึ้น แต่ได้มีการศึกษาวิจัย และติดตามการเกิดพิษในปลาในลักษณะนี้บ้างแล้ว เนื่องจากผลผลิตทางการประมงเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงอันหนึ่งของประเทศ ซึ่งหากเกิดโรคอาจได้รับผลกระทบเสียหายได้

แนวทางการป้องกันภาวะพิษ

เอกสารอ้างอิง

  1. อัจฉราภรณ์ เปี่ยมสมบูรณ์, ชลธยา ทรงรูป และ ชูวงศ์ ตมิศานนท์ ใน สาหร่ายหน้าดินขนาดเล็กในป่าชายเลนและระบบนิเวศชายฝั่ง (BENTHIC MICROALGAE IN MANGROVE AND COASTAL ECOSYSTEMS) โครงการศึกษาวิจัย เพื่ออนุรักษ์พัฒนาและติดตามการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติชายเลน สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กันยายน 2545 (http://www.marine.sc.chula.ac.th/research/Marine%20Ecology%20Laboratory/melac/BenthicAlgae.pdf). Accessed September 28 2007
  2. อัจฉราภรณ์ เปี่ยมสมบูรณ์, อิชฌิกา ศิวายพราหมณ?, ไทยถาวร เลิศวิทยาประสิทธิ, ชลธยา ทรงรูป และ ณิฏฐารัตน? ปภาวสิทธิ์ ใน การตรวจเฝ้าระวังการเกิดปรากฏการณ?น้ำทะเลเปลี่ยนสีในประเทศไทย สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ?มหาวิทยาลัย
  3. พิษจากแพลงก์ตอนพืช สาเหตุน้ำเปลี่ยนสี จาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (http://www.tistr.or.th/t/publication/page_area_show_bc.asp?i1=86&i2=25). Accessed September 28 2007
  4. ปลาทะเลที่มีพิษในน่านน้ำไทย จาก ศูนย์ข้อมูลพิษวิทยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_toxic/a_tx_1_001c.asp?info_id=103). Accessed September 28 2007
  5. http://www.cfsan.fda.gov. Accessed September 28 2007
  6. http://www.emedicinehealth.com/wilderness_ciguatera_toxin. Accessed September 28 2007
  7. Frelin C, Duran-Clement M, Bidard J, Lazdunski M. The molecular basis of ciguatoxin action. In : Hall S, Strichartz G, eds. Marine toxins: origin, structure and molecular pharmacology. Washington DC: American Chemical Society, 1990:192-9
  8. http://en.wikipedia.org/wiki/Tetrodotoxin. Accessed October 2 2007